[FIC]: Uncle :{Woo X Su} 1

posted on 23 Apr 2012 23:26 by lilac-7

Title :: Uncle
Pairing :: Woo x Su
Rate :: PG13 ลูกเด็กเล็กแดงก็อ่านได้จ๊า 
Author Note :: ……….. ไปอ่านกันเถอะค่ะ ^^

 

1

ตึก...คลิก!

เสียงแผ่นไม้หนาสีนิลมันขลับถูกพับปิดลง ตามด้วยเสียงล๊อคของโลงศพขนาดผู้ใหญ่สองโรง ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณสุสานที่เงียบสงัดในขณะนี้ นับเป็นขั้นตอนสุดท้ายสำหรับพิธีศพที่ปราศจากเงาแขกเหรื่อดังเช่นงานศพอื่นๆ ที่เคยพบเห็นมา

ชายหนุ่มคนหนึ่ง ยืนอยู่ไม่ห่างจากหลุมฝั่งศพมาตั้งแต่เริ่มพิธีและยังคงยืนอยู่จนถึงบัดนี้ เขาเฝ้ามองดูโรงศพคู่นั้น ที่ถูกย้ายลงไปในหลุมและตามด้วยเนื้อดินกองโต ก่อนจะกระพริบตาช้าๆแล้วเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าสีคราม

จบแล้วนะครับ...พิธีศพของพี่

“ไปกันเถอะ เรายังต้องทำอะไรอีกหลายเรื่อง” เสียงทุ้มของชายร่างสูงข้างกายดังขึ้น พร้อมๆกับมือหนาเลื่อนมาแตะที่บ่าของชายหนุ่ม

“ครับ พี่ชางมิน” เสียงตอบที่แผ่วเบา ทำให้ชางมินออกแรงบีบไหล่ของชายหนุ่มไปอีก

“เข้มแข็งไว้นะ พี่เชื่อว่านายเป็นคนแบบนั้น” คำปลอบโยนจากเพื่อนสนิทของพี่ชายตัวเอง ทำให้ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมอง

“ขอบคุณครับ” คำขอบคุณส่งไปให้ พร้อมกับรอยยิ้มที่เค้นออกมาอย่างยากลำบาก

.

.

“ต่อไปถ้ามีปัญหาอะไรก็โทรหาพี่นะ นายมีเบอร์พี่แล้วใช่ไหม” หลังจากที่ขับรถออกมาจากสุสานสักพัก คนอายุมากกว่าก็เอ่ยขึ้น

“ครับ..พี่เคยให้ไว้แล้ว” คนนั่งนิ่ง ตอบเสียงเรียบ

“ไม่เอาน่า เข้มแข็งไว้ นายไม่ได้เหลือตัวคนเดียวนะ” คนอายุมากกว่ากระเซ้า ชางมินหวังให้คนที่เป็นเหมือนน้องชายแท้ๆมีกำลังใจขึ้น

“ครับ...ผมรู้” ชายหนุ่มพยักหน้า ก่อนจะปฏิเสธการสนทนาด้วยการเสมองออกไปนอกรถแทน ชางมินเหลือบมองน้องชายของเพื่อนรัก แล้วถอนหายใจเบาๆ

อุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อวันก่อนได้คร่าชีวิตเพื่อนรักของเขาไปอย่างไม่มีวันกลับ...หนึ่งในผู้เสียชีวิตอีกรายก็คือภรรยาที่นั่งรถไปด้วยกัน คราแรกที่ได้รับโทรศัพท์กลางดึกว่ามีเคสฉุกเฉินรถคว่ำเข้ามาที่โรงพยาบาล ชางมินก็ไม่ได้เอะใจ ได้แต่รีบลุกมาโรงพยาบาลทันทีในฐานะหมอผ่าตัด แต่ทันทีที่เห็นใบหน้าของคนไข้ฉุกเฉินในคืนนั้น เขาสารภาพว่าทำอะไรไม่ถูกจริงๆ

แม้จะเป็นเช่นนั้น แต่คนเป็นหมอก็จำต้องทิ้งความกังวลไว้นอกห้องผ่าตัด และก้าวเข้าไปเพื่อช่วยชีวิตคนไข้ให้ได้...

แต่ในท้ายที่สุด...ชางมินก็ได้แต่นั่งโทษตัวเองอยู่หน้าห้องผ่าตัด

เมื่อเขาไม่อาจฝืนสัจธรรมของโลกได้

“หลานของนายฟื้นแล้วนะ” เสียงของชางมินทำให้คนซึมเศร้ารีบหันมามอง

“จริงเหรอครับ” เบิกตาขึ้นเล็กน้อยขณะที่ถาม แสดงความสนใจขึ้นมาจนคนถามใจชื้น

“อื้ม...พยาบาลโทรมาบอกตอนทำพิธีศพน่ะ” ชางมินตอบทั้งทีตายังมองถนนตรงหน้า

“หลานผมไม่เป็นอะไรใช่ไหมครับ” เอ่ยถามต่อด้วยความอยากรู้

“ฉันไม่แน่ใจนะ ตอนนี้เราต้องไปที่โรงพยาบาลก่อน”

“รีบไปเลยครับ พี่ชางมิน” ดวงตาที่ฉายแววเศร้าเมื่อครู่ บัดนี้มีความหวังแฝงอยู่อย่างเห็นได้ชัด

ลูกชายคนเดียวของพี่ชายถือเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายของชายหนุ่มในตอนนี้...

.

.

.

เสียงย่ำเท้าลงกับพื้นทางเดินไปยังห้องผู้ป่วยพิเศษดังกึกก้องไปทั่ว เมื่อชายสองคนเร่งฝีเท้าเพื่อไปให้ถึงห้องผู้ป่วย  จวบจนมาถึงหน้าห้องดังที่ตั้งใจไว้ ชายหนุ่มรีบยกมือขึ้นจับลูกบิดไว้แน่น ดวงตาใสเหลือบขึ้นมองร่างสูงข้างกายด้วยความหวั่นใจ

“รีบเข้าไปเถอะ...หลานของนายกำลังรออยู่นะ...” ชางมินยกมือขึ้นจับไหล่ของชายหนุ่มเพื่อให้กำลังใจ

“ครับ” ตอบรับคำเดียวก่อนที่จะผลักประตูห้องพักคนป่วยให้เปิดออก

ใบหน้าขาวๆของเด็กชายอายุ9ขวบที่นั่งอยู่บนเตียงรีบหันขวบมาทางเขา และแทบจะในทันทีที่รอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้นให้กับชายหนุ่มเมื่อเห็นว่าคนเยี่ยมของตัวเองเป็นใคร

“คุณอาจุนซูมาหาอูยองแล้ว....”

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*

ผมยิ้มให้อูยอง ก่อนจะรีบสาวเท้าเข้าไปหาหลานชายที่มีผ้าพันแผลพันไว้บนหัว ยกมือสองข้างขึ้นโอบรอบร่างนั้นแน่นๆ

“คุณอา...ผมเจ็บ” เสียงอู้อี้ของเจ้าหลานชายตัวน้อยทำให้ผมต้องคลายอ้อมแขนออก ก่อนจะเปลี่ยนเป็นการพลิกตัวเด็กป่วยเพื่อสำรวจร่างกายแทน

“คุณอา...!” เจ้าหลานชายร้องเรียกผมอีกครั้ง เมื่อเริ่มรู้สึกรำคาญกับสิ่งที่ผมกำลังทำ

“โอเคๆ อาไม่ทำแล้ว” ผมพูดพร้อมกับหัวเราะเบาๆให้เด็กป่วย เจ้าหลานชายเลยทำแก้มพองลมให้ผมรู้ว่าเขาเริ่มไม่พอใจ

“อูยอง...เจ็บตรงไหนไหม” ผมถามพร้อมกับวางมือลงบนหัวเล็กๆของหลานชาย

“เจ็บนิดหน่อยฮะ” เด็กป่วยตอบ

“ยังเจ็บตรงไหนอีกบ้าง ให้คุณลุงชางมินตรวจหน่อยนะเด็กดี” พี่ชางมินสาวเท้ามายืนข้างผม ก่อนจะเอื้อมมือไปแตะหน้าผากอูยองเพื่อวัดไข้

“ไม่รู้ฮะ...เจ็บไปหมดเลย” เจ้าเด็กป่วยตอบพี่ชางมินแล้วชี้ไปมาตามเนื้อตัวของตัวเอง

“อื้ม ไม่มีไข้แล้วนะ ตอนนี้อาจจะยังฟกช้ำอยู่.... พี่ว่าอูยองไม่น่าจะได้รับอันตรายมากนะ เพราะพยาบาลบอกว่า คนที่เข้าไปช่วยในรถเห็นว่าแฮริ กอดอูยองไว้แน่นเลย” พี่ชางมินตอบ ผมฟังแล้วดีใจที่พี่สะใภ้ของผมปกป้องอูยองไว้จนวินาทีสุดท้ายของชีวิต

  “คุณอา...พ่อกับแม่ล่ะฮะ” ความดีใจของผมต้องหยุดลงกลางคัน เมื่อเด็กป่วยเอื้อมมือมาดึงชายเสื้อผมแล้วถาม

“เอิ่ม...คือ...” ผมอ้ำอึ้ง เพราะไม่รู้ว่าจะตอบอะไรให้หลานชายฟัง

“ถ้าอูยองหายป่วยจนออกจากโรงพยาบาลแล้ว ลุงจะพาไปเจอพ่อกับแม่นะครับ” เป็นพี่ชางมินที่ตอบอูยองแทนผม

“เอ๊...จริงนะฮะ งั้นเมื่อไหร่อูยองจะได้ออกโรงพยาบาลอ่ะ” เด็กป่วยเอียงคอถามพี่ชางมิน

“ถ้าอูยองเป็นเด็กดียอมกินยาตลอด ลุงก็จะให้อูยองออกโรงพยาบาลไปเยี่ยมพ่อกับแม่เร็วๆนะ” พี่ชางมินยังคงหลอกล่อหลานชายแท้ๆของผมต่อไป ผมได้แต่ยืนยิ้มแห้งๆอยู่ข้างเตียงคนป่วยให้อูยอง

“งั้นอูยองจะกินยา เอายามาให้อูยองเยอะๆเลยฮะลุงชางมิน” เจ้าหลานชายทำหน้าตั้งใจแน่วแน่ จนพี่ชางมินหลุดหัวเราะ

“ฮ่ะๆ ไว้ลุงจะให้พยาบาลเอามาให้นะอูยอง ตอนนี้นอนพักก่อนนะ” พี่ชางมินพูดจบก็ลูบหัวเล็กๆของอูยองทีหนึ่ง ก่อนจะหันมาทางผม

“ออกไปคุยกับพี่หน่อยสิ”

“ครับ”

.

.

.

“ช่วงนี้พี่จะช่วยนายดูแลอูยอง จนกว่าอูยองจะหายดีแล้วกันนะ” ทันทีที่เดินออกมานอกห้อง พี่ชางมินก็หันมาพูดกับผม

“แต่ว่าพี่ก็มีงานต้องทำเยอะแยะไม่ใช่เหรอครับ” ผมพูดด้วยความเกรงใจ เพราะคนเป็นหมอใช่ว่าจะมีเวลาว่างมากมายอย่างที่คิด

“ไม่เป็นไรไม่ต้องเกรงใจ คนกันเองทั้งนั้น หลานนายก็หลานพี่เหมือนกัน แล้วนายก็เป็นเหมือนน้องชายแท้ๆของพี่คนหนึ่ง ตอนนี้ก็อย่าเพิ่งคิดอะไรมากไปนะรู้ไหม...ดูแลอูยองไปตามปกติเถอะ...พี่เชื่อว่าต่อไปอูยองจะปรับตัวได้เอง” พี่ชางมินพูดแล้วเสมองประตูห้องคนป่วยราวกับจะมองอูยองที่อยู่ในห้อง

“....ขอบคุณครับ..พี่” ผมเอ่ยทั้งทีก้มหน้ามองพื้น

“ไม่ใช่แค่อูยองนะ....พี่อยากให้เรารีบปรับตัวให้ได้ด้วยเหมือนกัน พี่รู้ว่ามันยากสำหรับนายนะจุนซู แต่ตอนนี้นายต้องเป็นเสาหลักให้อูยอง อย่าลืมสิ...นายไม่เหลือใครแล้วนอกจากอูยอง” มือของพี่ชางมินตรงเข้าลูบหัวผมอย่างแผ่วเบา สัมผัสเบามือนี้มันคุ้นเคยราวกับพี่ชายแท้ๆของผมกำลังลูบหัวผมอยู่

“ครับ” ผมหลับตา ค่อยๆเก็บสัมผัสร้อนจากฝ่ามือที่ยังลูบหัวผมอยู่

ใช่...ผมไม่เหลือใครแล้ว นับตั้งแต่วันที่พี่ชายพาผมหนีออกมาจากบ้าน...บ้านที่กำลังแตกแยกออกจากกันจนไม่เหลือชิ้นดีในวันนั้น ผมก็มีแต่พี่ชายเท่านั้นที่เป็นดั่งพ่อกับแม่ เพราะอายุที่ต่างกันของผมกับพี่ชายมีมากถึง13ปี ผมจึงตกเป็นภาระแก่พี่ชายมาโดยตลอด

ในตอนนั้น...พี่ชายอายุแค่20ปี พี่ชายที่ทำงานหนัก พี่ชายที่หาเลี้ยงทั้งตัวเองและผม ภาพเหล่านั้นมันทำให้ผมต้องนอนร้องไห้กลางดึกอยู่บ่อยครั้ง ด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจในโชคชะตาของตัวเอง และเมื่อเวลาผ่านไป4ปี ความเป็นอยู่ของผมกับพี่ค่อยๆดีขึ้น พี่ชายมีงานประจำทำ พวกเรามีเงินเก็บและมีความสุข จนกระทั้งวันหนึ่ง พี่ชายกลับบ้านพร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่ง ผู้หญิงที่พี่ชายแนะนำกับผมว่าเป็นคนรักของพี่ และคอยให้กำลังใจกับพี่มาโดยตลอด ผมก็เพิ่งจะรู้วันนั้นว่าพี่ชายมีคนรักที่คบกันมา2ปีแล้ว แต่ที่น่าตกใจกว่านั้นคือ....พี่แฮริกลายมาเป็นพี่สะใภ้ผมอย่างสมบูรณ์ทันทีที่เจอหน้ากัน เพราะพี่แฮริกำลังตั้งครรภ์กับพี่ชายของผม และได้หลบหนีการถูกจับคลุมถุงชนจากที่บ้านมากับพี่ของผม.. และเก้าเดือนต่อจากนั้น ผมก็ได้เห็นหน้าของเด็กทารกเพศชายแก้มอูมน่ารักน่าชังที่กลายมาเป็นหลานชายของผมในที่สุด

 ความทรงจำในวัยเด็กของตัวเองนั้น บัดนี้ย้อนขึ้นมาให้ผมได้คิดว่าในเวลานี้ก็ไม่ได้มีอะไรแตกต่างจากวันนั้นเท่าไหร่...ภาพที่ผมเหลือแต่พี่ชายไว้คอยให้พึ่งพา ภาพที่พี่ชายเป็นดั่งแสงสว่างทุกอย่างในชีวิตตอนนั้น....บัดนี้มันดับวูบไปแล้ว...

ผมเพิ่งจะได้รู้ว่าวันนั้น พี่ชายรู้สึกอย่างไร....

“ช่วงนี้ยังไม่ต้องไปเรียนนะ ทำเรื่องลากับอาจารย์ที่คณะแล้วใช่ไหม...อยู่กับอูยองจนกว่าจะใจชื้นขึ้นก่อนเถอะ” พี่ชางมินลดมือลงจากหัวของผมไปแล้วเอ่ยบอก

“ครับ แต่ว่า...อีกนานไหมครับกว่าอูยองจะหายดี”ผมหลุดออกจากภาพความทรงจำในอดีต แล้วเอ่ยถาม

“น่าจะสักสามถึงสี่วันนะ...เด็กแค่9ขวบที่เพิ่งฟื้นจากอุบัติเหตุรถคว่ำแบบนี้ จะมีการแสดงออกของอาการไปทางไหนบ้างก็ไม่รู้ได้ รอให้พี่เช็คดูให้แน่ใจก่อนนะ” พี่ชางมินอธิบายให้ผมฟัง

“ครับ...ผมฝากดูอาการของอูยองด้วยนะครับ”

“บอกแล้วไงว่าไม่ต้องห่วง พี่จะดูแลให้ดีที่สุดเลย ตอนนี้นายเข้าไปหาอูยองเถอะ พี่ขอตัวไปดูผลการตรวจสักหน่อย” พี่ชางมินยิ้มให้ผม ก่อนจะกล่าวขอตัว

“ครับ” ผมยิ้มรับน้อยๆ ก่อนจะโค้งตัวลาพี่ชางมินแล้วหันหลังไปจับลูกบิดประตูห้องค้างไว้

ตอนนี้ผมอายุ20ปี...อายุของผมตอนนี้ไม่ต่างจากพี่ชายในตอนนั้นเลย ผมหลับตาลงแล้วค่อยๆนึกภาพมากมายที่พี่ชายเคยมอบความอบอุ่น ความเอาใจใส่ และคอยอบรมผมมาตั้งแต่เด็ก แล้วแย้มยิ้มกับตัวเอง พร้อมๆกับออกแรงผลักประตูห้องคนไข้เข้าไปเจอกับใบหน้ายิ้มแย้มของเด็กชายวัย9ขวบ...เด็กชายที่จะกลายเป็นเด็กในอุปการะของผมต่อจากนี้ไปจนแก่เฒ่า

พี่ครับ...ลูกชายของพี่น่ะ...

ผมจะเลี้ยงดูเขาเองครับ...

 

TBC

 

คิคิคิคิ

ขอเปลี่ยนมาเขียนด้งซูแบบเต็มตัว เต็มเรื่องสักเรื่องน๊า >< [แม้ว่าหน้าผากจะมีไฟกระพริบว่า แทคซูอยู่ก็ตามที -*-]

เรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจมากจากแฟนแคมแฟนมีตค่ะ ... คือคลิปที่ซูแต่งเป็นอาจุม่า กับเด็กด้งที่แต่งเป็นเด็กขี้เกียจนั้นอ่าค่ะ จำกันได้เนอะ ^^ มันสะกดให้ยุ้ยแต่งเรื่องนี้ออกมาเป็นเช่นนี้แล หุหุ

แม้จะดูน่าปวดหัวที่ด้งซูเป็นอาหลานกันแท้ๆ แต่ว่าเรื่องนี้เค้าจะเขียนแบบใสๆค่ะ ^^ รับรองว่าอ่านได้ คิคิ

แนวผู้ใหญ่เลี้ยงเด็กอ่า ^^ แต่จะมีอะไรโผล่มาอีกต้องติดตามค่ะ

สุดท้ายแล้วววว ใครเข้ามาอ่านฟิคเค้า เค้าก็รักทุกคนนะค่าาาาาาา ><

ไปละ จุ๊บๆๆๆๆๆ

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

อาหลาน รักแบบไหนกันแน่นะ เอ๊ะ หรือว่าจะไม่ใช่อาหลานกันจริงๆ
เข้ามาติดตามเพราะรักโมเมนคู่นี้
เขียนดีค่ะ ภาษษสละสลวยดี คิคิคิ
ต่อไปนี้ หลานรุกรึอารุกอ่ะ คิคิคิ << อาการมันมาล่ะ

แบบว่า หลานแข็งแรงกว่าก็ต้องดูแลอ่ะนะ น่าจะดีกว่าตั้งเยอะ

#3 By morning star on 2012-04-27 21:07

อยากรู้ต่อๆ ๆๆ

จะเอาตอนน้องด้งโตแล้ว คิคิ



แต่เป็นอาหลานแท้ๆ จะเป็นยังไงน้อออ embarrassed

#2 By wtmg (125.24.217.170) on 2012-04-25 03:11


ตามมาเม้นต์= =' ยุ้ยจังอยากอ่านต่อ
อยากรู้ว่าเป็นไงต่อ สงสารนุ้งด้ง
งานนี้ไม่รู้ว่าใครจ่ะดูแลใคร อาดูแลหลานหรือหลานดูแล คุนอากันแน่ คึ่ๆๆ~

#1 By paint (115.87.197.134) on 2012-04-24 18:08