[SF] Suddenly {TaecSu}

posted on 12 Apr 2012 11:37 by lilac-7
SF :: Suddenly

Author :: lilac_7

Rate :: PG

Couple :: TaecSu

 Note :: ฟิคเรื่องนี้เกิดขึ้นจากงานแฟนมีตของหนุ่มๆบ่ายสองที่เพิ่งผ่านไปนะจ๊ะ ^^

 

มาดูคลิปต้นเหตุก่อน


 
 
 
 
เห็นกันไหมๆๆๆๆๆ ??? คิคิคิ ถ้าไม่เห็นกลับไปดูซ้ำอีกรอบนะๆๆๆ ดูหน้าแทคสิ ทำไมมองซูแบบน๊านนนนนน
เห็นแล้วจะบ้าตาย กรีดร้องหลายรอบมากเคอะ ><
ฟินอ่ะ~
 
 
 
 
อันนี้อีกอันๆๆๆๆ >< ดูกันแบบเต็มๆๆ
 
 
 
 

เลยเขียนออกมาเป็นฟิคเรื่องนี้แหละค่า
อย่าได้เสียเวลาอีกเลย ไปอ่านกันโลดดดดดด
 
 
 
 

 
~~~~~~~~~~~~~~
 
 
 
 
 
 
 

มันเริ่มขึ้นแล้ว...

 

เสียงตัวโน๊ตถูกบรรเลงออกจากเปียโนหลังเด่นกลางเวทีในที่สุด หลังจากที่มันตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งโรงมหรสพอยู่นานหลายนาทีมาแล้ว ตัวโน๊ตหลายตัวที่เรียงร้อยกันออกมาเป็นบทเพลงแสนเศร้าของคนที่กำลังกรีดนิ้วตัวเองลงบนแป้นเปียโนหลังนั้น

 

Suddenly

 

บทเพลงที่จุนซูเรียบเรียงเพื่อใช้เป็นเพลงเปิดตัวพวกเราในงานแฟนมีตครั้งที่สามของวง ในมุมของความรักแสนเศร้าจากการสูญเสียคนที่รักไป

 

หรือในความจริงแล้ว...จุนซูอยากจะร้องเพื่อบอกกับคุณพ่อที่จากไปแล้วก็เป็นได้

 

ผมยืนอยู่ตรงนี้...ในมุมมืดของเวทีคอยมองเขาในทุกๆย่างก้าว ตั้งแต่ที่เจ้าตัวก้าวเข้าไปในแสงสว่างของหลอดไฟสปอร์ตไลท์ดวงใหญ่ และตกเป็นจุดเด่นที่สุดในงานไปเมื่อหลายนาทีก่อน ความกังวลของผมคงมีมากเกินไปจนมันแสดงออกมาทางสายตาและถูกตั้งคำถามจากจุนโฮที่ยืนเตรียมตัวอยู่ข้างๆเหมือนกัน

 

“ฮยอง ตื่นเต้นเหรอ”

 

“เปล่า” ผมตอบสั้นๆก่อนจะหันไปรับไมค์จากสต๊าฟมาถือไว้ เพราะถึงคิวที่ผมจะต้องร้องในท่อนแรกแล้ว

 

ซอล...

 

เสียงตัวโน๊ตจากมือเรียวบางคู่นั้นดังขึ้นเป็นสัญญาณบอกจังหวะกับคนที่ต้องร้องท่อนแรกอย่างผม

 

เราสบตากับแวบหนึ่ง แม้ว่าผมจะยืนอยู่ในมุมมืดก็ตาม...

 

문득 얼굴이 떠올랐어 อยู่ดีๆ ฉันก็คิดถึงหน้าของเธอ 

문득 모습이 생각나서 อยู่ดีๆ ฉันก็คิดถึงเธออีกแล้ว 

가슴 깊이 묻어 추억들을 꺼내어 보곤 ความทรงจำในส่วนลึกของใจ 

 

ไม่เคยมีการร้องท่อนแรกครั้งไหน ทำให้ผมดีใจเท่าครั้งนี้เลย...

 

เพราะว่าครั้งนี้ผมจะมีโอกาสได้ร้องเพลงเคียงคู่ไปกับเขา...

 

ขาของผมค่อยๆเดินเข้าไปหาเขาที่กลางเวที ก่อนจะตัดสินใจหยุดยืนที่ด้านหลังของเปียโนหลังนั้นแล้ววางมือของตัวเองลงบนเปียโนสีดำมันขลับนั้นอย่างเบามือ และพอดีกับที่หางตาสังเกตเห็นได้ว่าเขาเหลือบตาขึ้นมองผมด้วยความสงสัย

 

จุนซูคงแปลกใจที่ผมเดินมาหยุดอยู่ตรงนี้...

 

แต่สำหรับผมแล้ว...ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลย...

 

แค่เพียงเพราะอยากจะอยู่ใกล้เขาทุกนาที...

 

เสียงเปียโนดังคลออย่างต่อเนื่องเมื่อมือบางคู่นั้นกดลงที่ตัวโน๊ตต่างๆอย่างใจเย็น ผมมองเห็นทุกการกระทำของเขาจากมุมนี้ เห็นเขาเหลือบขึ้นมองจุนโฮด้วยใบหน้าแห่งความสุข รอยยิ้มน้อยๆบนใบหน้านั้นบ่งบอกว่าเจ้าตัวมีความสุขมากเพียงใดที่สมาชิกในวงยอมร้องเพลงที่เขาแต่งขึ้นมาด้วยความเต็มใจ

 

ริมฝีปากบางเคลื่อนเข้าจรดใกล้ไมค์ตรงหน้า ก่อนที่เจ้าตัวจะเปล่งเสียงร้องเพลงหวานหูออกมาดังทั่วทั้งโรงมหรสพ เสียงร้องของเขาทำให้แฟนๆส่งเสียงร้องเชียร์ เพื่อส่งกำลังใจมาให้กับพวกเราที่ยืนอยู่บนเวทีแห่งนี้อย่างเนืองแน่น ผมทำได้เพียงเหลือบมองเขาจากมุมนี้...เพียงแค่อยากจะเป็นกำลังใจอีกดวงหนึ่งให้เขาเหมือนกับทุกครา

 

이렇게 잊지 못해 ทำไมฉันลืมเธอไม่ได้ 

 

จุนซูหลับตาลงในขณะที่มือยังคงกดตัวโน๊ตบนเปียโนและริมฝีปากบางยังคงเปล่งเสียงร้องหวานหูออกมาให้ได้ยิน

 

아파야 하나요 ฉันต้องเจ็บปวดด้วยเหรอ 

 

เสียงร้องทุกพยางค์หนักแน่น...เสมือนเป็นคำถามที่ออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ

 

아냐 아무 말도 아냐 그냥... ไม่หรอก ไม่มีอะไร ก็แค่ 

 

คิ้วเรียวสวยนั้นขมวดเข้าหากันแน่นเมื่อเจ้าตัวได้จมอยู่ในห้วงอารมณ์ของบทเพลงที่ตัวเองประพันธ์ขึ้นมา

 

그냥 혼자 이래 ฉันเป็นแบบนี้คนเดียวอีกแล้ว 

 

เสียงร้องที่ตัดพ้อความน้อยเนื้อต่ำใจในตัวเองทำให้ผมไม่สามารถละสายตาออกไปจากเขาได้

 

미안해 ฉันขอโทษ... 

 

มือบางหยุดช่วงเปียโนหนึ่งจังหวะ เพื่อเป็นแรงส่งให้คำขอโทษของตัวเองดังกึกก้องไปทั่วทุกสารทิศ ผมมองเห็นจมูกที่แดงเรื่อของเขาจากมุมนี้ และตอนนั้นเองที่ผมเริ่มสัมผัสได้ว่า มือข้างที่จับไมค์ของผมนั้นเกรงแน่นขึ้นมาอยู่นานมากแล้ว

 

생각이 떠올랐어, 문득... อยู่ดีๆ ฉันก็คิดถึงเธอ 

 

เสียงหวานเอื้อนร้องราวกับจะขาดใจ...

 

ในวินาทีนั้น...ผมต้องอดทนฝืนร่างกายของตัวเองไม่ให้ขยับเข้าไปเช็ดน้ำตาใสที่ไหลออกมาจากเปลือกตาสวยของเขาอย่างยากลำบาก จุนซูเปิดเปลือกตาขึ้นแล้วเลื่อนมือขึ้นปาดมันเบาๆ ภาพนั้นทำให้เกิดเสียงเชียร์จากบรรดาแฟนๆเบื้องล่างเวทีดังสนั่นไปทั่ว

 

ผมที่ยืนมองดูเขาในทุกการเคลื่อนไหวจากมุมนี้ ทำได้เพียงแค่จำใจเดินออกจากตำแหน่งนั้นไปเพื่อแสดงโชว์ต่อจนจบด้วยความรู้สึกในใจที่รวดร้าวไม่ต่างจากเขาเลย

 

ผมรู้...จุนซูคิดถึงพ่อของเขา...

 

아무렇지도 않니 ไม่มีอะไร 

나를 떠나버리고서 เธอจากฉันไป 

그래, 그래 지울래 ใช่ ฉันจะลบทุกอย่าง 

가슴이 자꾸 찾아도 ถึงหัวใจของฉันจะเฝ้าหาเธอ 

 

이렇게 잊지 못해 ทำไมฉันลืมเธอไม่ได้ 

바보같이 아파만 하는데 ได้แต่เจ็บปวดเหมือนคนโง่ 

가슴은 말을 듣지 않아 ทำไมหัวใจไม่ฟังฉันสั่ง 

잊고 잊으려고 억지 웃음 지어봐도 แม้ฝืนยิ้มเพื่อลืมและลืม 

 

이렇게 잊지 못해 ทำไมฉันลืมเธอไม่ได้ 

아파야 하나요 ฉันต้องเจ็บปวดด้วยเหรอ 

아냐 아무 말도 아냐 그냥... ไม่หรอก ไม่มีอะไร ก็แค่ 

그냥 혼자 이래 ฉันเป็นแบบนี้คนเดียวอีกแล้ว 

미안해 ฉันขอโทษ 

생각이 떠올랐어 ฉันคิดถึงเธอ 

 

이젠 멀리 돌아선 너를 찾지 않기 เธอจากไปไกลแล้ว ฉันจะไม่ตามหาเธอ 

사랑이 무너져 내려도 แม้ความรักพังลง ฉันจะมีความสุข 

행복하게 혹시 가슴이 너를 찾아 แม้หัวใจฉันยังตามหาเธอ 

다시 불러내도 เรียกร้องหาเธออีก 

나의 사랑아 ที่รักของฉัน 

 

이렇게 잊지 못해 ทำไมฉันลืมเธอไม่ได้ 

아파야 하나요 ฉันต้องเจ็บปวดด้วยเหรอ 

아냐 아무 말도 아냐 그냥... ไม่หรอก ไม่มีอะไร ก็แค่ 

그냥 혼자 이래 ฉันเป็นแบบนี้คนเดียวอีกแล้ว 

미안해 ฉันขอโทษ 

생각이 떠올랐어 ฉันคิดถึงเธอ 

 

บทเพลงแห่งความเศร้าจบลงด้วยเสียงหวานที่ทอดยาว ราวกับต้องการจะส่งคำขอโทษจากใจไปให้ถึงคุณพ่อที่ได้ล่วงลับไปแล้วให้จงได้ ผมเหลือบมองเขาจากมุมริมสุดของแถวด้วยแววตาเศร้า รู้ดีว่าเขายังคงเจ็บปวดกับการสูญเสียในครั้งนี้และอาจไม่มีสิ่งใดที่จะสามารถชดเชยความเสียใจครั้งนี้ของเขาไปได้

 

จุนซูยืนนิ่ง ดวงตาใสเหลือบขึ้นมองฟ้าเพื่อพยายามกดกลั้นน้ำตาไว้ไม่ให้ไหลริน ริมฝีปากบางเผยอขึ้นถอนหายใจเมื่อเจ้าตัวเริ่มรู้สึกว่ามันยากเย็นเหลือเกิน และในท้ายที่สุดร่างบางตัดสินใจข่มเปลือกตาลงแน่น ไม่ให้ความรู้สึกเสียใจที่เอ่อล้นนี้ทะลักออกมากลางเวที

 

“ขอบคุณครับ” เสียงหวานเล็ดลอดออกจากเรียวปากบาง หลังจากที่จุนซูกวาดสายตามองแฟนๆทั่วทั้งโรงมหรสพเพื่อใช้มันเป็นแรงกำลังใจในการแสดงต่อไป

 

ในทุกๆการกระทำนั้น...อยู่ในสายตาของผมทั้งหมด

 

งานแฟนมีตไม่ใช่การแสดงใหญ่เหมือนกับการทัวร์คอนเสิร์ตที่ผ่านมา นอกจากที่เราได้โชว์ร้องเพลงแล้วนั้น ยังมีโชว์อื่นอีกหลายอย่างที่นำมาโชว์ให้แฟนคลับได้สนุกสนานร่วมกัน ดังนั้นแล้วระยะเวลาในการเปลี่ยนเตรียมตัวของแต่ละช่วงแต่ละตอนก็จะมีมากน้อยไปตามโชว์ต่างๆที่คั้นไว้

 

พวกเราเดินลงจากเวทีไปยังห้องแต่งตัวเพื่อเตรียมเปลี่ยนชุด โดยที่ผมเดินนำมาก่อนตามด้วยสมาชิกคนอื่นๆปะปนกันไป

 

ขายาวของผมหยุดเดินอย่างช้าๆเพื่อรอใครบางคนที่เดินอยู่รั้งท้าย ใบหน้าหวานที่เศร้าลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเดินกลับเข้ามายังหลังเวที จุนซูเดินก้มหน้ามองพื้นและกำลังจะเดินผ่านผมไปเพราะเจ้าตัวไม่ได้สังเกตสิ่งรอบตัวใดๆเลย ผมจึงต้องเอื้อมมือออกไปรั้งข้อมือบางของเขาไว้ และเป็นเหตุให้จุนซูหยุดเดิน ใบหน้าหวานเงยขึ้นสบตาผมราวกับจะถามว่ามีอะไร

 

“นาย...ไม่เป็นไรนะ” ผมเอ่ยถามเขาพร้อมๆกับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลอ่อนคู่นั้น

 

“...” ไม่มีเสียงตอบกลับมา แต่มีเพียงรอยยิ้มจางๆพร้อมๆกับใบหน้าเรียวที่ส่ายไปมาช้าๆ

 

ผมถอนหายใจกับตัวเองก่อนจะรั้งร่างบางเข้ามาในอ้อมกอด ยกแขนขึ้นโอบหลังบางช้าๆ จุนซูยืนนิ่งให้ผมกอดอยู่อย่างนั้น ที่ตรงนี้มีเพียงแค่ผมที่ยกมือขึ้นลูบหลังเขาเบาๆ และมีเพียงแค่เขาที่เลื่อนมือบางขึ้นแตะหลังผมไว้เท่านั้น

 

เราไม่ได้พูดอะไรกัน...

 

ผมดันไหล่บางนั้นออกให้เราได้สบตากัน ผมเห็นดวงตาที่แดงเรื่อของเขา นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนสั่นไหวไม่มั่นคงเหมือนเคย จุนซูขอบคุณผมทางสายตาก่อนจะดันอกผมออกเบาๆ

 

“เดี๋ยว...จุนซู” ผมเรียกชื่อเขา ก่อนจะดึงให้เขากลับเข้ามาอยู่อ้อมกอดของผมอีกครั้ง

 

“ฉันเป็นห่วงนายนะ” ผมบอกเขา

 

“อื้ม...ฉันรู้” เขายิ้มตอบน้อยๆ

 

“ฉันรักนายมากนะ” เน้นย้ำทุกคำพูดให้เขาได้ฟัง

 

“อื้ม...ฉันรู้” เขายิ้ม

 

“ทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดี...” ผมกระชับอ้อมกอดให้ร่างบางเข้ามาแนบชิดกับผมมากกว่าเดิม

 

“อื้ม ฉันรู้...ว่ามันจะผ่านไปด้วยดี...ถ้าฉันมีนายอยู่แบบนี้ตลอดไป” เขายิ้ม ดวงตาหวานเงยขึ้นมองผมอีกครั้ง

 

“ขอบคุณนะ แทคยอน...ฉันรักนายมากจริง” เสียงหวานเอ่ยต่อเรียบๆ แต่มันทำให้หัวใจของผมสั่นสะท้านไปทั้งดวง

 

“...” ผมยิ้มให้เขา และเราก็ยิ้มให้กัน

 

เปลือกตาบางค่อยๆหลับลงเมื่อผมโน้มตัวลงไปประชิดกับใบหน้าหวาน ลมหายใจร้อนของเราสอดประสานกันจนผมต้องหลับตาลงเพื่อจะได้รับรู้ถึงความนุ่มนวลของมัน

 

ริมฝีปากต่อริมฝีปาก...

 

เราจูบกันเนินนานในมุมทางเดินสลัวที่ไม่มีใครเห็น ถ่ายทอดกำลังใจให้แก่กันและกันเพื่อบรรเทาความเหนื่อยล้าจากอุปสรรคต่างๆที่ต้องเผชิญ

 

มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใช่ไหมครับ?....ในเมื่อมันเป็นสิ่งที่คนรักควรจะทำให้แก่กันอยู่แล้วนี่น่า

 

 

 

 

 

End

 

 

อ่านแล้วเม้นท์บอกเค้าด้วยน๊าว่าเป็นยังไงบ้างอ่ะ คนแต่งเริ่มน้อยใจแล้วนะค่ะ .....

บล๊อกนี้มีคนเข้ามาดูเกินหกพันแล้วนะ >< เค้าดีใจมากๆๆเลย แต่ว่าทำไมในแต่ละเอนทรี่กลับไม่ค่อยมีคอมเม้นท์เลย

ฟิคทุกเรื่องที่เราเขียน เราตั้งใจนะ..... อยากจะแบ่งปันความสนุกให้แก่กันและกันบ้าง แต่รู้สึกว่าคนดูจะไม่ค่อยให้ความสนใจเท่าไหร่เลย..... ถ้าเราน้อยใจต่อไปเรื่อยๆอาจจะไม่ลงในบล๊อกนี้แล้วก็ได้นะเอ่อ...

แต่ก็ขอบคุณที่ติดตามผลงานกันนะค่ะ^^

ไรท์เตอร์บล๊อกนี้ขี้บ่น ยังไงก็เม้นท์ๆๆ ไปให้มันหน่อยแล้วกัน จะทำให้เจ้าของบล๊อกยิ้มออกมากขึ้นค่ะ

 

สุดท้าย..... ยังไงไรท์เตอร์คนนี้ก็รักคนอ่านทุกคนนะค่ะ ^^ ขอบคุณที่เข้ามาเลือกอ่านฟิคในแบบของเรา ซึ้งใจมากๆค่ะ ^^

Comment

Comment:

Tweet

เพิ่งจะได้เข้ามาอ่านแทคซู
แต่งต่อเถอะค่ะมีคนคอยตามอยู่surprised smile surprised smile

#8 By ดั่งตะวัน on 2013-01-01 15:06

อ่านจบแล่วก็อึ้งอะ คือได้ดูคลิปมาก่อนหน้านี้ แต่สิ่งที่ไรท์เขียน มันเหมือนมาเน้นย้ำในความรักความห่วงใยของพวกเขาให้ชัดเจนยิ่งขึ้น แทนซูต้องเป็กำลังใจให้กันตลอดไปนะi]

#4 By kim monsu (58.9.186.161) on 2012-04-26 01:08

ตอนๆได้ดูแฟนแคมนี้ปล่อยมาครั้งแรก ก็เกิดคำตอบขึ้นมาในใจทันที ว่า....

แทคผู้ร่าเริง คงเป็นห่วง ผช.ที่ชื่อคิมจุนซุมากเลยสินะ (ก็ทั้งวงนั้นแหละที่เป็นห่วง แต่แค่จุดโฟกัสของเราอยู่ที่แทค) ลึกๆต้องมีอะไรแน่ จากสายตา ที่คอยมอง จ้อง จนจุนซูร้องประโยคสุดท้ายของท่อนนั้นออกมา แทคก็ถอนหายใจออกมาทันที

แค่มองย้อนกลับไป ณ วันที่จุนซูเศร้าวันนั้น ผช.ที่ชื่อแทคยอนคงจะอยู่เคียงข้างตลอดสินะ

สุดท้ายนี้ รักไรเตอร์คนนี้จัง เป็นฟิคที่โดนใจมากๆ ขอบคุณจากใจจริง TaceSu Is Real

#3 By milkhottest on 2012-04-17 11:29

คือ..ตั้งแต่ดูคลิปก็แปลกใจอยู่แล้วว่า เอ๊ะ อิเหมียวมายืนอะไรตรงนี้ ชาวบ้านเขายืนกันข้างหน้า
ขอบคุณมากนะคะ แต่งอีกเยอะๆนะแทคซูอ่ะ ช๊อบชอบ

#2 By OkonJunk (124.120.226.223) on 2012-04-12 23:20

อ่านจนร้องไห้เลย
แฟนแคมยิ่งดูยิ่งเศร้า ฮือออ
ชอบเรื่องนี้มากอ่ะ แสดงถึงความรักของแทคซูเลย ><
เอาอีก ชอบ big smile

#1 By Martini (58.8.219.128) on 2012-04-12 23:13