[FIC]: Fake :{Taec,Woo,Khun.... X Su} 1

posted on 24 Feb 2012 02:28 by lilac-7

Fic :: Fake

 Author :: lilac_7

 Rate :: Drama

 Couple :: .....x Junsu

Chapter :: 1

 

 

 

ตึก ตึก ตึก!

 

เสียงรองเท้าหลายสิบคู่กำลังเคลื่อนไหวบนบันได เป็นภาพที่บอกว่าคาบเรียนได้จบลงแล้ว นักศึกษาต่างพากันทยอยเดินลงมาจากอาคารเรียนเพื่อไปเรียนคาบต่อไปหรือหมดคาบเรียนแล้วในวันนั้น ร่างบางเป็นหนึ่งในนั้นที่หมดคาบเรียนในวันนี้แล้ว เขากำลังคิดว่าอาจจะกลับห้องไปดรออิ้งรูปต่อจากเมื่อวานเสียหน่อย

 

เรียวขายาวก้าวอย่างต่อเนื่องจนลงมาถึงใต้อาคารเรียนแล้ว ในหัวกำลังคิดถึงงานที่จะกลับไปทำแต่ก็ไม่ได้เครียดเสียจนลืมแวะทักทายคนในคณะที่รู้จักหลายๆโต๊ะแถวนั้น

 

“เอ่อ...สวัสดีครับ” เสียงทักทายอย่างมีมารยาทพร้อมกับใครบางคนก้าวมายืนอยู่ที่หน้าร่างบาง เรียวขายาวหยุดเดินกะทันหันเพราะเกือบจะชนกับคนตรงหน้าอยู่แล้ว เขาก้าวถอยหลังเล็กน้อยเพื่อให้เกิดช่องว่างที่เหมาะสม

 

“อ่า..ครับ” กล่าวตอบคนที่ก้มหน้าพร้อมกับเอามือไพร่หลังที่กำลังทักเขาอย่างประหม่า

 

“คือ...”

 

“ครับ?” คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อคนตรงหน้าดูเหมือนว่าต้องการบางอย่าง

 

“คือ...รับนี้ไว้ด้วยครับ” ชายแปลกหน้าก้มหน้าก้มตาแล้วยื่นดอกกุหลาบสีแดงที่ซ่อนไว้ข้างหลังตัวเองให้กับร่างบางอย่างรวดเร็ว จนคนรอบข้างหันมามองหลายคน

 

“เอ่อ...คือ...อะไรนะครับ” ร่างบางสับสน อะไรนะ?...ตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้นกับเขาล่ะเนี่ย?

 

“คือ...ชะ...ช่วยรับนี้ไว้ด้วยครับ” คนตอบยังก้มหน้าก้มตาตอบด้วยเสียงรัวๆจนคนฟังจับใจความไม่ได้ ร่างบางสังเกตเห็นว่าใบหูขาวๆของอีกคนเริ่มแดงมากทีเดียว มือบางจึงยื่นออกไปรับดอกกุหลาบอย่างขัดไม่ได้ เกิดเสียงเชียร์เบาๆจากรอบข้างที่พวกเขายืน

 

  “ถะ...ถ้ารับครบร้อยดอกแล้วเรามาเป็นแฟนกันนะ” ชายแปลกหน้าเงยหน้าขึ้นหมายจะสบตากับร่างบางแต่เสียงเชียร์จากรอบข้างทำให้เขาไม่ได้สบตาหวานในวูบแรกที่ตั้งใจไว้

 

“จะร้องอะไรกันนักหนาเล่า” เสียงหวานหันไปบอกบรรดาคนในคณะที่บัดนี้หันมามองพวกเขากันเป็นตาเดียว

 

“เล่นตัวหน่อยจุนซู....”

 

“ขอสักพันดอกเลยสิ...”

 

“เอาดอกที่หายากๆหน่อยสิ จุนซู”

 

เสียงเชียร์จากหลายมุมโต๊ะภายในคณะศิลปะศาสตร์ทำให้ร่างบางค้อนควับ เขารู้ตัวว่าตอนนี้ตัวเองหน้าแดง หูแดงแล้ว ใครกันนะที่กล้าทำให้เขาอับอายแบบนี้กลางคณะได้ ตาหวานค่อยๆเงยสบกับชายตรงหน้าเป็นครั้งแรก แต่แล้วเขาก็ต้องช็อกกับภาพที่เห็นจนแทบจะหวีดร้อง

 

 

ชายคนนั้น......ไม่มีใบหน้า !

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Rrrrrrrrrrrrrrrr

 

 

 

“เฮือก!” เสียงนาฬิกาปลุกดังลั่นทำให้คนที่นอนอยู่บนเตียงตกใจตื่นขึ้นมากดปิดมัน เขานั่งอยู่บนเตียงพร้อมกับปรับลมหายใจให้เป็นปกติ มีแวบหนึ่งที่สับสนอยู่ว่าระหว่างเสียงนาฬิกาปลุกกันภาพในฝันนั้น อะไรกันแน่ที่ทำให้เขาตื่นในเช้านี้

 

 

จุนซูขยับเสื้อผ้าให้เข้าที่ก่อนจะลุกออกจากเตียงกว้างของตัวเอง เปิดประตูแล้วก้าวไปในครัว หยิบขนมปังมาปิ้งและตระเตรียมอะไรอีกเล็กน้อยจนอาหารเช้าเสร็จออกมาสองที่ ทันทีที่วางจานลงบนโต๊ะอาหาร ใครอีกคนก็เดินเข้ามาในครัวนี้เสียแล้ว

 

 

“อาหารเช้าแสนอร่อยของฉันพร้อมแล้วสินะ” เสียงทุ้มกล่าวเบาๆก่อนจะเข้ามาโอบเอวบางจากด้านหลัง

 

“อื้อ...แทคยอน ปล่อยก่อน” เสียงหวานอู้อี้พร้อมกับบิดตัวหนีการกอด ซึ่งคนกอดก็ยอมปล่อยแต่โดยดี

 

“ปล่อยแล้วครับ” ผละมือออกก่อนจะยิ้มให้ร่างบางแล้วผายมือไปที่เก้าอี้ตรงหน้าเป็นเชิงว่าให้นั่ง

 

จุนซูนั่งลงบนเก้าอี้ตามที่แทคยอนบอก มือบางกำลังจะหยิบส้อมขึ้นจัดการกับไส้กรอกแล้วเชียวถ้าคนที่ยืนอยู่ไม่...

 

จุ๊บ...

 

ริมฝีปากซีดทาบลงที่แก้มใสแล้วสูดเอาความหอมไปจากมันเสียงดัง จุนซูผละออกไม่ทันจึงถูกหอมจนแก้มช้ำ

 

“แทค...ยอน” เสียงหวานเอ็ดเบาๆ มือซ้ายยกขึ้นลูบแก้มของตัวเอง ใบหน้าบูดบึ้งไปเล็กน้อยแต่ไม่มากเสียจนเป็นการรังเกียจ ร่างสูงยิ้มน้อยๆกับท่าทางนั้นก่อนจะเดินไปนั่งฝั่งตรงข้าม แล้วลงมือจัดการอาหารเช้าฝีมือคนรักของตัวเอง

 

ผ่านมาครบอาทิตย์พอดีหลังจากที่จุนซูฝืนขึ้นมาในโรงพยาบาล หลังจากที่แทคยอนสอบถามคนไข้ถึงอาการ เขาก็ถูกนำตัวออกจากโรงพยาบาลในวันต่อมาเพื่อกลับมาอยู่บ้านพักแพทย์ของเมืองซึ่งก็คือบ้านหลังนี้ บ้านที่แทคยอนบอกว่าพวกเขาอยู่ด้วยกันมาเกือบสองปีแล้ว

 

 

 

 “จุนซู...ฟังนะ ฉันชื่อแทคยอน...เป็นคนรักของนาย”

 

 

 “จริง...เหรอครับ” เสียงหวานเอ่ยถามแผ่วเบาหลังจากรู้เรื่องของตัวเองจากหมอที่เพิ่งเข้าห้องมา เขาไม่อยากเสียมารยาทที่ถามแบบนั้น แต่เพราะเหตุการณ์ตอนนี้มันบีบให้เขาต้องถามหาความจริง...จากทุกๆเรื่องที่เขารับรู้


นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มที่จ้องลึกมาที่เขาวูบไหวไปเสี้ยววินาที ก่อนที่เปลือกตานั้นจะหลับลง หมอหนุ่มถอนหายใจกับตัวเองเบาๆก่อนจะพยักหน้าให้คนไข้

 


“นายอาจจะสูญเสียความทรงจำไปบางส่วนนะ...บอกฉันมาสิจุนซูว่านายจำอะไรได้แค่ไหน” รอยยับของเสื้อกราวด์หายไปเมื่อคนสวมใส่ยืดตัวเต็มความสูง ปล่อยมือจากไหล่บางที่ไม่สั่นไหวสักนิด

 


“ฉะ...ฉัน...” คิ้วบางขมวดเข้าหากันอีกครั้ง ความเงียบเข้าครอบคลุมพื้นที่ในห้องผู้ป่วยไปกว่าครึ่ง จนคนไข้ได้ยินเสียงการเต้นของสมองเขาเอง

 


“มาเมืองนี้...กับใครนะ”

 


“โอเค...พอแล้ว ถ้านายคิดมากกว่านี้นายอาจจะปวดหัวได้ เพราะเพิ่งจะฟื้นหลังจากสลบไปสี่วัน” ร่างสูงเอ่ยขัดก่อนจะจดบางอย่างลงในบันทึกของผู้ป่วยในมือ เขาขยับแว่นตาครั้งหนึ่งก่อนจะเงยสบกับร่างบาง

 


“ฉันคิดว่านายน่าจะพักผ่อนนะจุนซู เดี๋ยวฉันจะให้พยาบาลเอานมมาให้ได้กินรองท้องสักหน่อยนะ” ร่างสูงกล่าวจบแล้วกำลังจะเดินออกไป แต่จู่ๆก็หันหลังมาหาคนป่วย มือใหญ่ยกขึ้นลูบผมเขาเบาๆแล้วยิ้มให้

 


“พักผ่อนเยอะๆนะช่วงนี้”

 

 

 

 


 

“หลับสบายไหม จุนซู” เสียงทุ้มเอ่ยถามหลังจากที่ทานขนมปังหมดไปหนึ่งแผ่น

 

“อื้ม...ก็ดีนะแต่มันยังไงก็ไม่รู้สิ”

 

“หืม” เสียงทุ้มดูจะมีโทนสูงขึ้นเล็กน้อย

 

“เหมือน...ไม่ชินเท่าไหร่น่ะ...แค่นั้น”

 

“....”

 

“...”

 

“ก็ทุกทีนายนอนกับฉันนี่”

 

“...”

 

“...”

 

“อื้ม...ขอโทษนะ” เสียงหวานเอ่ยเบาๆก่อนจะก้มมองจานของตัวเองต่อไป

 

เกิดความเงียบขึ้นบนโต๊ะอาหาร ในความรู้สึกของจุนซูแล้ว มันเหมือนความรู้สึกของวันแรกที่กลับเข้ามาในบ้านหลังนี้หลังจากออกจากโรงพยาบาล

 

 

 

 

 

“ที่นี้เหรอ” ตาหวานเงยหน้ามองบ้านหลังเล็กๆพร้อมกับเอ่ยถามทั้งที่ยังไม่ละสายตาไปจากมัน

 

“อื้ม...ที่นี้แหละ” ร่างสูงก้าวลงมาจากรถแล้วก้าวขึ้นบันไดบ้านไปไขกุญแจ

 

บ้านหลังเล็กๆหลังนี้ดูจะเก่ากว่าที่เขาคิดไว้ ป้ายไม้เก่าๆที่ติดไว้เหนือประตูบ้านทำให้จุนซูพอจะเข้าใจอยู่ว่าเพราะอะไรถึงเป็นเช่นนั้น

 

“บ้านพัก...แพทย์” พึมพำอ่านก่อนจะก้าวเข้าไปในบ้าน

 

ห้องรับแขกเป็นส่วนแรกของบ้านหลังนี้ ภาพของห้องมีชุดโซฟาหนังเก่าว่างอยู่ชิดกำแพง ทีวีสีขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่นักวางตรงข้ามบนโต๊ะเล็กๆ นอกจากนั้นแล้วบ้านหลังนี้ดูจะไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่ สิ่งที่มีเยอะที่สุดในบ้านคือภาพวาดต่างๆ มันถูกแขวนไว้บนกำแพงแทบจะทุกที่ของบ้าน ที่ทางเดิน หรือแม้แต่หลังประตูบานที่พวกเขาเพิ่งผ่านเข้ามา

 

“นายเป็นจิตกรน่ะ” แทคยอนหันมาไขข้อสงสัยให้เขาเพราะดูเหมือนว่าเขากำลังแสดงความคิดมากเกินไป

 

“อ๋อ...เหรอ...รูปพวกนี้ฝีมือฉันหมดเลยเหรอ” จุนซูเลื่อนสายตามองรอบๆบ้านที่มีรูปภาพมากมายหลายอารมณ์แขวนอยู่

 

“อื้ม...ใช่”

 

“รู้สึกดีจัง” ปากบางพึมพำเบาๆก่อนจะคลี่ยิ้มเล็กๆเมื่อมองดูภาพเหล่านั้น

 

“ชอบล่ะสิ...มานี้ ฉันจะพาไปดูห้องนอน” มือกว้างเลื่อนมากุมมือบางไว้แล้วดึงเบาๆให้เขาเดินตาม ก้าวลึกเข้าไปในบ้านอีกเล็กน้อย ฝั่งซ้ายของบ้านก็พบกับประตูห้องๆหนึ่ง มันถูกปิดไว้อย่างดีเพื่อรอคอยเจ้าของๆมันมาเปิดด้วยตัวเอง

 

“เข้าไปสิ” เสียงทุ้มที่ดูจะตื่นเต้นอยู่เล็กๆเอ่ยกับคนข้างกาย จุนซูพยักหน้าก่อนจะเอื้อมมือออกไปบิดลูกบิดห้องนั้น

 

บรรยากาศภายในไม่ได้ต่างจากส่วนอื่นของบ้านสักเท่าไหร่นัก เตียงคู่ที่สภาพถูกใช้งานมานานตั้งวางอยู่กลางห้อง ปลายเตียงมีตู้เสื้อผ้าไม้เก่าๆตั้งอยู่ ถัดไปมีโต๊ะเครื่องแป้งและประตูห้องน้ำในตัว ตาหวานมองสำรวจภายในห้องอย่างช้าๆ จนมาหยุดที่โต๊ะตัวยาวที่ดูจะใหม่กว่าเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่นในห้องนี้ข้างๆกับประตูที่เขาเพิ่งเข้ามา

 

“โต๊ะตัวนี้...” จุนซูเอ่ยถาม คิ้วขมวดเข้าหากันน้อยๆ

 

“ทำไมเหรอ?...ฉันก็เอาไว้นั่งทำงานไง...เพิ่งซื้อเข้ามาตอนที่เราย้ายมาเมืองนี้เมื่อสองปีก่อนน่ะ เลยดูใหม่กว่าของที่ทางโรงพยาบาลทิ้งไว้ให้ใช้” ร่างสูงอธิบายอย่างคล่องแคล่ว จุนซูพยักหน้าเข้าใจแต่ก็ยังมองโต๊ะนั้นอีกหลายวินาทีก่อนที่แทคยอนจะเอ่ยขัดเสียก่อน

 

“ฉันก็นอนที่นี้นะ...กับนาย” ปลายประโยคดูจะซ่อนความเขินอายไว้เล็กๆ จนคนฟังอาจจะไม่ทันรู้สึก

 

“เอ๊ะ...” เสียงหวานอุทานเบาๆก่อนจะหันมองร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างหลังเขา

 

“...ทำไมล่ะ” ตาคมดูจะหม่นไปเล็กน้อย จุนซูสบตานั้นก่อนจะหลบสายตาลง เอ่ยตอบอย่างไม่เก้กัง

 

“ฉัน...ยังจำอะไรไม่ได้”

 

“...”

 

“ขอโทษด้วยนะ”

 

“...” ความเงียบค่อยๆแผ่เข้ามา แต่ก่อนที่มันจะมากไปกว่านั้น ร่างสูงก็ตัดสินใจทำลายมัน

 

“เหรอ...ถ้างั้นฉัน...ไปนอนอีกห้องก็ได้...มีห้องเล็กอีกห้องน่ะ”

 

“อื้ม...ขอโทษด้วยนะ” ร่างบางกล่าวคำขอโทษอีกครั้ง เขาไม่ได้ตั้งใจจะเห็นแก่ตัว เพียงแต่ว่าเขาเองยังรู้สึกไม่พร้อมกับอะไรหลายๆอย่าง เขาไม่มีความทรงจำเหลือเลยในที่แห่งนี้ ทั้งที่แวบหนึ่งเขารู้สึกได้ถึงความคุ้นเคยของมันแต่นั้นก็เพียงครู่เดียวเท่านั้น และจุนซูเชื่ออีกอย่างด้วยว่า...หากเขามีคนรักจริงๆ...คนรักของเขาน่าจะเข้าใจเขาด้วย

 

“ไม่เป็นไรหรอกน่า...บางทีฉันก็ใช้ห้องนั้นบ่อยๆน่ะ เวลาต้องอ่านหนังสือแพทย์ทบทวนบ้างไง” ใบหน้าคมเงยขึ้นยิ้มให้เขา

 

“...รบกวนด้วยนะ...แทคยอน”

 

“สบายมากน่าจุนซู...ห้องนั้นมีตำราหมอเยอะด้วย ฉันไปนอนห้องนั้นคงจะมีเวลาได้ทบทวนมันมากขึ้นนั้นแหละ” รอยยิ้มยังปรากฏอยู่เพื่อให้ร่างบางคลายกังวล

 

“ถือซะว่าบ้านหลังนี้เป็นของนายนะ...นายทำได้ทุดอย่างเลยที่ต้องการ ฉันขอตัวไปจัดห้องเล็กของตัวเองก่อนนะ” กล่าวเสร็จก็หันหลังเดินออกจากห้องไป ไม่ทันจะมองร่างบางที่พยักหน้าให้เสียก่อน ประตูห้องถูกปิดลงอย่างเบามือพร้อมๆกับความเงียบเข้ามาภายในห้องแทน

 

จุนซูมองสำรวจห้องอีกครั้ง เขาเปิดตู้เสื้อผ้าออก แวบหนึ่งเขานึกถึงเสื้อยืดสีดำที่มีสกรีนสีชมพู สีเขียว สีแดง สีเหลืองอยู่บนนั้น มือบางไล่หาเสื้อผ้าดูก่อนจะพบว่ามันมีอยู่จริงในนั้น และอีกหลายตัวที่เขารู้สึกคุ้นเคยว่าเป็นของๆเขาก็ถูกจัดไว้ในที่ที่เขาคุ้นเคย เช่นการเดินไปเปิดลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้งแล้วจะพบหวีแปรงในนั้น จุนซูก็พบมัน หนังสือบางเล่มที่เขานึกได้ก็ถูกวางไว้ในชั้นวางหนังสือสามแถวที่วางชิดอยู่ที่กำแพงห้อง ร่างบางมองทุกอย่างแล้วก่อนจะเดินมาที่โต๊ะหนังสือที่ใหม่กว่าชิ้นใดในห้อง

 

คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน เขาพยายามนึกถึงของใช้บางอย่างจากโต๊ะนี้เหมือนกับอย่างอื่น แต่มันดูไม่สมเหตุสมผลเท่าไหร่นัก เขาคิดว่าจะมีกระดาษเปล่าวางเรียงอยู่ในลิ้นชัก แต่พอเปิดแล้วกลับพบแต่ความว่างเปล่า คิดว่าบนโต๊ะน่าจะมีโน๊ตบุ๊ควางอยู่ แต่มันถูกพับใส่กระเป๋าแล้วเก็บไว้อย่างดีที่มุมหนึ่งของโต๊ะแทน คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่เขาก็ไม่ละทิ้งมันไป เขาค่อยๆจำรายละเอียดห้องนี้จากสิ่งที่เห็นอีกครั้ง พยายามไม่คิดมากนักเหมือนกลางดึกที่โรงพยาบาลที่เขาเจ็บแปลบในหัวเพราะการคิดถึงอดีตมากเกินไป

 

 

 

 

 

 

 

“ฉันไปโรงพยาบาลก่อนนะ...เย็นนี้ทำอาหารไว้รอด้วยนะ ของอยู่ในตู้เย็นหมดแล้ว” เสียงทุ้มเอ่ยสั่งเล็กๆก่อนจะเดินออกไปจากบ้าน จุนซูพยักหน้ารับรู้แล้วเดินกลับเข้าไปในครัว หยิบจานอาหารเช้าไปล้าง เสียงเครื่องรถยนต์แล่นออกไปสักพักแล้ว แต่เสียงคลื่นของน้ำทะเลยังคงดังอยู่ตลอด...ใช่แล้ว บ้านพักหลังนี้อยู่ติดกับทะเล เมืองแห่งนี้เป็นเมืองเล็กๆที่ไม่ใหญ่มาก เป็นเมืองทางผ่านที่อยู่ติดกับทะเลของเกาหลีนั้นเอง

 

 

ความคิดไหลลื่นไปเรื่อยจากการฟังเสียงเกลียวคลื่น จุนซูเช็ดมือกับผ้าแล้วตั้งใจว่าจะเดินไปเปิดทีวีดูข่าวเสียหน่อย หากไม่ได้ยินเสียงเคาะประตูเสียก่อน

 

 

ก๊อกๆ ๆ

 

 

ความคิดที่ว่าแทคยอนอาจจะลืมอะไรไว้หรือเปล่าหายไปจนหมดเมื่อมือบางเปิดประตูออกแล้วพบหน้าคนที่มายืนอยู่ตรงนั้น

 

 

 

 

 

“สวัสดีครับคุณจุนซู...ยังจำผมได้ใช่ไหม”

 

 

 

 

 

 

TBC

 

 


 

คุยกันหน่อยเนอะ ^^ ::::  หึหึหึหึ หัวเราะชั่วร้ายหลังจากตัดให้ค้างเติ่ง --*

เปนการลงโทษคนอ่านที่อ่านแล้วไม่ยอมเม้นท์ หึหึ

ยุ้ยเข้าใจนะว่าเรื่องมันค่อนข้างงงงวย แล้วแบบไม่น่าอ่าน ออกจะน่าเบื่อไปด้วย คนอ่านเลยไม่เม้นท์เท่าไหร่

แต่ว่า..... พอไม่เม้นท์ก็ไม่รู้ว่าจะเขียนยังไงเหมือนกันค่ะ Cool

เขียนไม่ออก เลยจนตอนนี้แบบนี้ ลองทายดูนะค่ะว่าใครมาหาซู ^^

ไว้ยุ้ยสอบเส็ดแล้วจะมาลงตอน2น๊า จะสอบวันจันทร์แล้วยังไม่ได้อ่านเลย T________T

ไปละค่ะ~~~~

 

ปล. ถึงคนอ่านจะอ่านแล้วไม่เม้นท์ ไรท์เตอร์คนนี้ก็รักคนอ่านนะค่ะ เพราะคนอ่านเป็นกำลังใจให้เค้าอยากแต่งฟิคต่อไป ^^ ส่วนคนที่อ่านแล้วเม้นท์ก็ขอให้อยุ่กับเค้านานๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ นะค่ะ รักมากๆๆๆๆๆ

 

จุ๊บบบบบบบบ

 

 

 


Comment

Comment:

Tweet

ชอบแนวลึกลับซับซ้อนแบบนี้แหละค่ะ 
ว่าแต่ว่าใครกันนะที่มาหาซู
มาต่อเร็วๆนะคะ ลุ้นจนหัวใจจะวายไปแล้ว

อาจเป็นพี่คุณนะเราว่าไม่รู้สิ มาเฉลยด่วนเลย

#8 By taecsu kk (127.0.0.1, 206.53.152.166) on 2012-04-07 00:53

ใครเอ่ยยย???ท
ดูงงๆนะคะ แต่เด่วก็คงกระจ่าง ใช่มั้ยย55555

#7 By lvlemories (125.24.87.189) on 2012-03-25 11:36

เพิ่งมาได้อ่านๆๆสนุกมากๆๆเลยคร่าาา ขอบคุณนะคร่าสำหรับฟิคสนุกๆๆ.....แต่อ่านแล้วให้ความรู้สึกว่า แทคจะไม่ใช้แฟนซูยังไงไม่รู็ - -* ( หรือคิดมากไปเองน้าา )แล้วผู้มาเยือนใหม่คือใครๆๆๆๆๆๆ ค้างงเติ่งงมากๆๆๆๆๆๆๆ ส่วนถ้าให้เดาว่าใครจะมานั้นๆๆๆ ของเปงชานหรือคุนได้ม๊ายยยย กิกิ.....ชานนชูน่ารักกน้าาาาาา คุนนซุบางทีก็อบอุ่นเหมือนกานน กิกิ ( ความรู้สึกส่วนตัวล้วนๆๆ 5555+ )รอนะคร่าาไรต์ๆๆเป้นกำลังใจให้คร่าาาาาาา

#6 By chanbear (171.97.3.35) on 2012-02-28 10:37

เหมือนซูจะยังงงๆอยู่ ยังจำแทคไม่ค่อยได้

แต่ก็ดูน่ารักไปอีกแบบน่ะ อิอิ

ดูวางตัวกันไม่ถูกดี แล้วอยู่ๆมีใครมาสะนี่

น่าสงสัย ต้องติดตามต่อสะแล้ว

#5 By may (61.90.108.245) on 2012-02-27 20:50

- - ? ใครกันที่เป็นคนเคาะประตู อ๊ากก!!
น่าจะเป็น พี่คุณนะ แลจะใช่ ^ ^
ไรเตอร์... สู้ๆนะ

#4 By Ramfy on 2012-02-26 21:51

อร้ายยยยยยยยยยยยย

ขอโทษค่ะ

ปล่อยไก่ หมดเล้าเลย

ลืมดูอ่ะว่า

มี khunsu taecsu woosu

//me ลด ป้ายไฟ แล้วถอยไปนั่งรออย่างสงบ

@_@ เขิลจังเลย

writer อย่าว่ากันนะคะ

//me ยิ้มเขิลๆ

จะติดตามต่อไปค่า ^_^

#3 By Viky (111.84.162.91) on 2012-02-25 00:34

สงสัยๆ ๆๆ สงสัยมากๆ สงสัยในตัวแทคยอน

และเดาว่าคนที่มาใหม่น่าจะเป็นพี่คุณ ไม่ก้อด้ง
แต่ว่า แฟนจุนซูก้อน่าจะเป็นแทคยอนน่ะแหล่ะ แต่อาจจะเลิกกันแล้วทั้งๆที่แทคยังไม่อยากเลิก? แล้วซูก้อเกิดอุบัติเหตุ ความจำเสื่อมพอดี แทคเลยบอกว่าเราเป็นแฟนกัน(ต่อไป..) จังหวะนั้น ก้อมีชายอื่นพยายามเข้าแทรก ฮ่าๆ ๆๆ มั่วละ เดาเล่นๆ


ติดตามต่อไปนะไรท์ สู้ๆ ขอบคุณมากที่เขียนมาให้ได้อ่านกัน สนุกมากๆ น่าติดตามจ้ะ ♥

ปล.เราเชื่อมันในแทคซูนะ ฮ่าๆ

#2 By wtmg (125.24.219.223) on 2012-02-24 13:20

ขอบคุณนะคะที่เขียนมาให้อ่านกัน

ทำไม เกิดความรู้สึกเหมือนกับว่า

แทคยอน อาจจะไม่ใช่ แฟนคนปัจจุบัน ของ จุนซู

หรืออาจจะไม่ใช่ แฟนเลยด้วยซ้ำ

ไม่เป็นไร อ่านๆไป เด๋วก็คงเข้าใจมากขึ้น

//me ยกป้ายไฟ ชานซู ชานซู

แต่ขอ ซู แบบ เป็นผู้กุมอำนาจในความสัมพันธ์ ได้ไหมค่ะ

เห็น น้องซู เป็นเบี้ยล่างตลอด

FC สงสารน้องอ่ะ

#1 By Viky (115.67.224.8) on 2012-02-24 10:02