[SF] MaBoy (TaecSu) {NC-17}

posted on 28 Jan 2012 15:59 by lilac-7

Shot fic:: MaBoy

Couple:: TaecSu

Writer:: lilac_7

Rate:: NC17

Talk:: แต่งสนองความหื่นตัวเองโดยเฉพาะ เพราะโดนกระตุ้นจากรูปนี้......555

 

 

 

 

 

 

 

ราตรีกาลที่ถูกปกคลุมไปด้วยความมืด ท้องฟ้ายามหลับใหลช่างสงบเงียบเสียจนน่ารำคาญเกินไปสำหรับสัตว์โลกที่หลงใหลการเข้าอยู่ร่วมกันเป็นสังคมอย่างมนุษย์ ที่ช่างขี้เหงามากกว่าสัตว์ใด เช่นนั้นแล้วในยามที่ท้องฟ้าหลับใหล มนุษย์จึงหลั่งไหลไปอยู่รวมกันในบางมุมบางจุดของพื้นแผ่นดิน เช่นเดียวกับค่ำคืนนี้

 

 

เสียงดนตรีจังหวะแดนซ์ดังกระหึ่มกลบเสียงพูดคุยจอแจไร้สาระของผับแห่งนี้ ช่างเป็นสิ่งที่ร่างบางชื่นชอบเสียจริง ความเครียดจากการทำงานหนักมาตลอดทั้งเดือนดูจะมลายหายไปหมดสิ้นเมื่อมีเสียงเพลงช่วยชะล้างมันออกไป เรือนร่างบอบบางโยกย้ายไปตามเสียงเพลง ในมือถือแก้วคอกเทลใบเล็กไว้หลวมๆราวกับขี้เกียจจะออกแรงทำสิ่งใดอีก เปลือกตาหลับพริ้มเมื่อนึกว่านานแค่ไหนแล้วที่ตนไม่ได้มาผับแห่งนี้ ตำแหน่งหัวหน้างานทำให้มีภาระหน้าที่เพิ่มขึ้น การออกเที่ยวทุกคืนเหมือนแต่ก่อนจึงจำเป็นต้องผ่อนเบาลงเมื่อมีวัยวุฒิเพิ่มขึ้น

 

“ไม่ไหวแล้วแหะ” ร่างบางพึมพำกับตัวเองเมื่อเริ่มรู้สึกมึนนิดๆ ขาเรียวเล็กพาเจ้าของร่างเดินเซมายังโต๊ะวีไอพีที่เขาจองไว้สำหรับค่ำคืนนี้...เพียงผู้เดียว

 

“จุนซูอ่า” เสียงของชายที่มีอายุมากกว่าเขาหลายปีดังขึ้นข้างกาย ร่างบางหันมองแขกไม่ได้รับเชิญที่ถือวิสาสะนั่งลงข้างกายตน คราแรกว่าจะสั่งสอนมารยาทให้เสียหน่อยแต่พอเห็นหน้าอย่างชัดเจนแล้ว จุนซูก็คลี่ยิ้มให้คนคุ้นเคย พร้อมจะเข้าใจว่าต้องพูดกันใกล้ชิดในที่สถานที่แบบนี้

 

“ครับมินแจฮยอง” ร่างบางยิ้มหวาน เขาสนิทกับผู้จัดการผับมาหลายปีตั้งแต่เป็นนักเที่ยวจนบัดนี้อายุล่วงเข้าเลขสามแล้ว แต่ความสัมพันธ์ก็ยังคงเหนี่ยวแน่นเหมือนเดิม

 

“เมาแล้วเหรอ แก่แล้วเมาเร็วขึ้นนะ” คำแซวจากพี่ชายทำให้ร่างบางหงุดหงิดใช่น้อย ก็จริงอยู่ที่เขาเริ่มมึน แต่การพูดเรื่องอายุนี้ช่างกระทบจิตใจเสียจริงๆ

 

“ไม่ใช่นะครับ ผมแค่มึนๆเอง” ตอบกลับเสียงแข็ง

 

“ฮ่าๆ ล้อเล่นน่ะ แต่ดูจะไม่ดีแล้วนะแบบนี้ เอางี้ไหม...พี่มีเด็กใหม่มาสมัครงานวันนี้เลย ให้มาดูแลนายสักหน่อยดีไหม” มินแจเพียงลองปล่อยเหยื่อลงในน้ำเท่านั้น ตอนนี้ขึ้นอยู่กับปลาตัวใหญ่ละว่าจะงับเบ็ดชิ้นนี้หรือไม่

 

“หืม?” ร่างบางขมวดคิ้วเล็กน้อย ใช่ว่าเป็นครั้งแรกเสียเมื่อไหร่ที่มินแจเสนอคนดูแลให้เขา แต่ที่ขมวดคิ้วเป็นเพราะว่านานมากแล้วที่ไม่ถูกเสนอเช่นนี้

 

“อะไรกัน ทำเป็นเหมือนไม่เคยไปได้” มินแจรุกเข้าใกล้แล้วยิ้มให้ราวกับรู้ใจ ร่างบางสบตาคู่นั้นก่อนจะแสยะยิ้ม

 

“ไม่ใช่หรอกครับ ผมแค่คิดว่าฮยองเสนอ ‘เด็ก’ให้ผมเนี่ยนะ”

 

“ฉันเชื่อใจนายไง ถึงให้นายช่วยฝึกเด็กมันหน่อย” รอยยิ้มเลศนัยถูกส่งกลับมาให้ จุนซูไม่ผิดหวังจริงๆ มินแจรู้ใจเขาทุกอย่าง

 

“แน่ใจนะครับฮยอง...ผมไม่ประกันผลหลังจากนี้นะ” ร่างบางยักคิ้วให้หนึ่งที มินแจยิ้มรับมันก่อนจะลุกเดินออกไปทิ้งให้ ‘ผู้ใหญ่’ ในค่ำคืนนี้นั่งยิ้มกรุ่มกริ่มอยู่คนเดียว

 

 

 


ไม่นานหลังจากนั้นชายหนุ่มร่างสูงคนหนึ่งก็เดินแหวกฝูงชนมุ่งมายังโต๊ะวีไอพีแห่งนี้ ผิวสีช็อกโกแลตเข้มตัดกับเสื้อเชิ้ตแขนกุดสีแดงที่สวมชวนให้น่ามองนั้น ยังไม่รวมกล้ามแขนและส่วนที่เหลือใต้ร่มผ้าเหล่านั้น ใบหน้าคมเหลือบมองโต๊ะเล็กน้อยก่อนจะก้มหน้ามองถาดเสริฟที่เรียงรายด้วยคอกเทลสีสวยหลายใบในมือ

 

 

มือบางยกขึ้นกอดอกหลวมๆมองการเสริฟของเด็กหนุ่มไปพลาง การแต่งตัวแบบนี้ช่างไม่เข้ากับนิสัยขี้ประหม่าเสียจริง คิ้วเรียวกระตุกขึ้นนิด เมื่อคิดว่าต้องเป็นฝีมือของมินแจแน่นอน ตาเรียวไล้พิจารณาบริกรหนุ่มอย่างใจเย็น แทบจะไม่รู้ตัวเลยว่ามุมแก้มของตนยกยิ้มขึ้นอย่างพอใจไปแล้วกว่าครึ่ง

 

บริกรตัวปลอมของมินแจทำท่าว่าจะเดินกลับเมื่อวางคอกเทลลงบนโต๊ะหมดแล้ว หากแต่หูกลับได้ยินเสียงเรียกจากลูกค้าเสียก่อน เมื่อหันกลับไปมองก็สบตาเข้ากับเจ้าของโต๊ะวีไอพีเข้าเต็มๆ และชายหนุ่มสาบานได้ว่า แม้เสียงเพลงจะดังแค่ไหนในค่ำคืนนี้แต่เขาก็ได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นแรงมากกว่าทุกวัน

 

“แค่ยกมาเสริฟอย่างเดียวเหรอ” จุนซูปรายตามองเหล่าคอกเทลสีสวยบนโต๊ะก่อนจะไหลไปสบเข้ากับตาคมคู่นั้น ที่ยังดูจะประหม่าอย่างเห็นได้ชัด

 

“เอ่อ...”  บริกรหนุ่มยืนงงเมื่อเสียงของแขกได้ยินไม่ชัดเจน ฝ่ายคนเรียกเองก็คงสังเกตได้จึงผายมือออกข้างกายตบเบาๆที่เบาะข้างตัวเอง ตาคมสบเข้ากับตาเรียวหวานแล้วต้องหลบตาแทบจะในทันที ไม่รู้ว่าเพราะอะไร

 

จุนซูยกยิ้มอย่างพอใจเมื่อเห็นท่าทางเช่นนั้น มือบางจึงเอื้อมออกไปคว้าข้อมือแกร่งออกแรงดึงให้นั่งลงข้างกายตนในที่สุด

 

“ครับ?” เด็กหนุ่มขมวดคิ้วมองหน้าแขกโต๊ะวีไอพี รู้สึกตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น

 

 “ฉันมาคนเดียวนะ นายกะจะมอมฉันหรือไง” เบียดกายเข้าชิดร่างสูง เอ่ยถามข้างหูก่อนจะปรายตามองเหล่าคอกเทลหลากสีบนโต๊ะแล้วเงยขึ้นสบตาคมที่วูบไหวอย่างชัดเจน

 

“เอ่อ..” คนถูกถามหลบสายตาหวาน แผ่นหลังแกร่งเกร็งขึ้นตรงเมื่อรู้สึกประหม่า

 

“นายชื่ออะไร” ร่างบางยิ้มกริ่มให้ตัวเอง นานมาแล้วที่ไม่ได้ทำเรื่องแบบนี้ แต่พอได้กลับมาลองอีกครั้งกลับรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก

 

“แทคยอนครับ ... อ๊ค แทคยอน” ร่างสูงตอบอ้อมแอ้ม

 

“แทคเหรอชื่อเท่จังนะ...ฉันคิม จุนซู” ร่างบางพยายามสบตาคมคู่นั้นที่ดูจะหนีเขาไม่ยอมหยุด

 

“คะ...ครับ”

 

“ทำงานวันนี้วันแรกเหรอ”

 

“คะ...ครับ”

 

“เป็นเด็กเสริฟหรือว่าเป็น...โฮสล่ะ” ปลายประโยคแอบกระแซะเข้าไปกระซิบที่ข้างหูให้ชายหนุ่มรู้สึกแปลกๆเล่น และเป็นไปตามคาด เมื่อร่างสูงผงะถอดออกห่าง นัยน์ตาคมเบิกกว้าง และหากสังเกตดีๆจะเห็นว่าเม็ดเหงื่อเล็กๆผุดขึ้นตามไรผมสีเข้มนั้นด้วย

 

“อะ...โฮสครับ” คนตอบเป็นฝ่ายสบตาตรงๆกับคนถามเป็นครั้งแรกตั้งแต่ที่คุยกันมา

 

“แล้ว...?” จุนซูยกยิ้มบางๆ แผ่นหลังบางยืดตรงไขว่แขนกอดอก เขาพูดแค่นี้ก็น่าจะรู้ได้ว่าควรจะปฏิบัติเช่นไร

 

“พี่มินแจ...แค่ให้ผมเอาเครื่องดื่มมาเสริฟครับ” คนกอดอกกระตุกคิ้วทีหนึ่ง มองหน้าคนตอบนิ่ง

 

“ผมเสริฟเสร็จแล้ว...ขอตัวก่อนนะครับ” คนฟังกระตุกคิ้วเป็นครั้งที่สอง เด็กหนุ่มเพียงมองและก้มศีรษะให้ก่อนจะลุกขึ้นก้าวออกไป แต่มันติดตรงที่...

 

“เดี๋ยว!” เสียงเรียกที่ดังจนเกือบเป็นเสียงตะโกนทำเอาแทคยอนสะดุ้ง ร่างสูงหันกลับไปมองคนเรียกด้วยความหวั่นใจ

 

“นายน่ะ...รู้อะไรเกี่ยวกับการเป็นโฮสบ้าง” ร่างบางยังนั่งกอดอกอยู่กับที่ แต่บัดนี้สายตาที่เคยอ่อนหวานกลับดูดื้อรั้นและเอาแต่ใจเป็นที่สุด

 

“เอิ่ม...บริการครับ...พี่มินแจบอกว่าต้องบริการแขก” ร่างสูงตอบเรียบ ไม่เข้าใจว่าทำไมแขกถึงไม่พอใจเขา ทั้งทีเขาก็นำเครื่องดื่มมาเสริฟตามที่พี่มินแจสั่งแล้วแท้ๆ

 

“เฮ้อ ให้ตายสิ” ร่างบางถอนหายใจเฮือกใหญ่กับตัวเอง พร้อมทั้งยื่นขึ้นมองเด็กหนุ่มตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วก็ต้องสบถกับตัวเองอีกรอบ พี่มินแจนะพี่มินแจ บอกว่าจะให้เด็กมาดูแล บอกว่าเชื่อใจให้ฝึกเด็กมันหน่อย แต่ถ้าจะให้ฝึกกันขนาดนี้ละก่อ คอยดูนะ คิม จุนซูจะเอาคืนให้สาสมเชียว

 

 

 

 

นี้ถ้าไม่เพราะเสียดายเด็กน่าตาดีๆนะ คิม จุนซู ไม่มีทางทำแบบนี้แน่นอน

 

 

 

 

“มานี้สิแทค” จุนซูดึงข้อมือแกร่งให้มายื่นอยู่ตรงหน้า 

 

“ครับ?” ชายหนุ่มขมวดคิ้วถามด้วยความสงสัย

 

“ฉันจะสอนนายเอง ว่าการเป็นโฮสน่ะ...ต้องทำกันแบบไหน” ร่างบางเบียดกระซิบที่ข้างหูพร้อมทั้งรั้งร่างแกร่งไว้ไม่ให้ขยับหนีไปอีก

 

 

 

 

โฮสน่ะ...ฉันจะเป็นคนสอนนายเอง อ๊ค แทคยอน

 

...............

 

 

 

 

 

ร่างบางทิ้งตัวลงเบาะนั่งหน้ารถเต็มแรง หรือถ้าจะพูดให้ถูกคือแทคยอนปล่อยร่างของคนที่มีสติเหลือน้อยนิดลงถึงจะถูก ร่างสูงถอนหายใจเบาๆ มองดูแขกคนแรกของเขา คราแรกที่ตั้งใจจะมาหางานทำที่คลับนี้ก็เพราะว่าได้เงินดี แต่ผู้จัดการร้านบอกว่าถ้าเป็นโฮสจะได้เงินมากกว่า จึงได้หลวมตัวเข้ามาเป็นโฮสในที่สุด โดยที่ไม่รู้เลยว่ามันต้องทำอะไรบ้างจวบจนมาเจอกับจุนซูนี้แหละถึงได้รู้แจ้งทุกอย่าง

 

 

อุตส่าห์หลงดีใจที่ร่างบางบอกว่าจะสอนให้ แต่ที่ไหนได้แทคยอนเผลอคิดไปว่าถูกหลอกลวนลามหรือเปล่าเสียด้วยซ้ำ เพราะจุนซูเอาแต่เกาะแขนเขาไม่ยอมปล่อย แถมลากออกไปเต้นบนฟลอร์ด้วยกัน เท่านั้นยังไม่พอ เมื่อกลับมาที่โต๊ะร่างบางก็นั่งเบียดชิดเขาจนแทบจะนั่งบนตักเสียให้ได้ ส่วนคอกเทลหลายแก้วที่ดูเหมือนว่าจะได้อภินันทนาการมาจากพี่มินแจ เจ้าตัวก็ซัดอยู่คนเดียวเสียจนสติเลือนรางแบบนี้

 

 

ใช่ว่าทั้งหมดที่ว่ามาแทคยอนจะรู้สึกรังเกียจแต่อย่างใด หากแต่กลับรู้สึกขัดเขินที่สายตาหลายคู่จับจ้องมองพวกเขาต่างหาก

 

จุนซูเป็นคนช่างยิ้ม ช่างพูด ช่างจาหากถามแทคยอนแล้ว แม้ว่าเพิ่งจะรู้จักกันเท่านั้น เขาก็ตอบได้ว่าจุนซูเป็นคนที่มีเสน่ห์ ออกจะดูน่ารักในบางที แม้ว่าจะเหวี่ยงเอาแต่ใจไปเสียหน่อย แต่คงเพราะเห็นว่าอยู่กับคนอายุน้อยกว่าอย่างเขากระมังถึงได้ทำตัวดื้อดึงเอาแต่ใจไปอย่างนั้นเอง

 

 

แทคยอนปิดประตูรถแล้วเดินอ้อมไปยังฝั่งคนขับ รถของจุนซูจอดไว้ในส่วนของแขกวีไอพีทำให้ไม่ค่อยมีรถมากนัก ร่างสูงขับรถออกสู่ถนนอย่างนุ่มนวลเพราะเกรงว่าจะกระเทือนถึงคนเมาข้างกาย

 

 

“แทค” ยังไม่ทันที่รถจะแล่นไปไกล คนที่คิดว่าหลับไปแล้วก็ลืมตาขึ้นแล้วพลิกกายหันมามองด้านข้างของเขาอย่างเต็มตาซะอย่างนั้น

 

 

“ครับ?” ร่างสูงขานรับโดยไม่หันมอง ตาคมจับจ้องถนนเบื้องหน้า เพราะรู้จุดหมายปลายทางจากร่างบางแล้ว แทคยอนจึงแอบสงสัยว่าทำไมคนข้างกายจึงยังไม่หลับอีก

 

 

“นายอายุเท่าไหร่” จุนซูพิงซบเบาะหนัง จ้องด้านข้างของชายหนุ่มตาแป๋ว

 

 

“23ครับ” ตาคมยังมองถนนเหมือนเดิม

 

 

“อือ...ห่างกันตั้งเจ็ดปีเหรอเนี่ย” เป็นเสียงพึมพำที่พูดกับตัวเองของคนร่างบาง แทคยอนจึงไม่โต้ตอบ

 

 

“แล้วทำไมมาทำงานนี้ล่ะ” จุนซูยังคงถามต่อไป

 

 

“คือ ผม...”  บทสนทนายังคงไหลเลื่อนออกไปจนสุดทาง จนจุนซูรู้สึกว่าวันนี้คอนโดของเขาช่างอยู่ไกลเหลือเกิน

 

 

แทคยอนเป็นโค้ชสอนว่ายน้ำที่ฟิตเนตแห่งหนึ่ง การทำงานดูจะราบรื่นดีกับเงินเดือนประจำและการรับสอนคอร์สพิเศษ ถ้าไม่ติดตรงที่เมื่อเดือนก่อนพ่อของเขาล้มป่วย ต้องเข้าโรงพยาบาลบ่อยครั้ง คนเป็นลูกชายคนเดียวอย่างเขาจำต้องแบกภาระเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว การมองหางานพิเศษจึงต้องเป็นไปอย่างรอบคอบ เพราะเด็กที่จบวิทยาลัยพลศึกษาอย่างเขาคงทำงานได้เพียงไม่ก